[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 38

posted on 07 Sep 2013 23:14 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l 36 l 37 l      
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
เส้นทางมักมีอุปสรรคเล็กๆน้อยให้สะดุดเล่น

เส้นทางที่ราบเรียบอาจไม่ได้ราบเรียบอย่างแท้จริง เหมือนดั่งเกมส์รถแข่งที่ต้องมีเปลือกกล้วย มีหลุม มีก้อนหิน มีรถแข่งคันอื่น มีอุปสรรคให้เจออยู่เรื่อยๆเรียงๆ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตามที  การเตรียมตัวเตรียมใจที่ดีที่สุด คือการคิดและเตรียมพร้อมกับความผิดพลาด และมีสติระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดนั้น  สุดท้ายจะผ่านไปอย่างไรนั้นก็ต้องรอดู

การสอบก็เหมือนกับเส้นทางที่แสนขรุขระ
ไม่มีใครรู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหรือมีก้อนหินรอให้สะดุดหรือเปล่า

ตอนที่ 38 : ถ้าทุกคนรู้อนาคตได้คงถูกหวยกันทุกวันที่ 1 และ 16

ปรากฏการณ์ธรรมชาติหลายๆอย่างทำให้อากาศนั้นแปรปรวน  แสงแดดภายนอกหน้าต่างช่างจ้าและร้อนระอุเหมือนทะเลทราบซาฮาร่า  ถึงแม้แสดงจะเจิดจ้าสักเพียงใด  อาหารสำนักงานก็ยังคงเปิดไฟให้เปลืองพลังงานและทำให้โลกร้อนขึ้นกันต่อไป

ณ กองบัญชีบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน จากเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากตอนที่  37  นายรีวัลย์ไม่ทราบนามสกุลเพิ่งจะเผชิญหน้ากับกาแฟสุดเค็ม รสชาติเหมือนดั่งยกทะเลมาอยู่ที่นี่ แต่ดันไม่ใช่ยกกุ้งหอยปูปลามา มันเป็นการยกน้ำทะเลมาเต็มๆ...  

ชายหนุ่มนั่งจ้องหูแก้วกาแฟที่หลุดติดมือออกมาคล้ายกับเป็นลางร้ายของอะไรบางอย่าง กระนั้นหัวหน้าหนุ่มก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคือลางร้าย  เพียงแค่คิดว่ามันคืออาการของแก้วกาแฟเก่าๆเท่านั้นเอง   “เพชรา  เธอคงโดนฝ่ายพัสดุหลอกเอาแก้วเก่าๆมาให้เธอ” 

เลขานุการคนสนิทเดินดิ่งมาหลุดตรงหน้าของโต๊ะทำงาน  “แก้วกาแฟเบิกจากฝ่ายพัสดุไม่ได้หรอกค่ะหัวหน้า...  นี่มันงบกลางของกองบัญชีที่เอาไว้ใช้ซื้อกาแฟค่ะ....”  

“งั้นร้านที่เธอไปซื้อแก้วมาคงหลอกขายของเก่าให้เธอ  ทีหลังเช็คของให้ดีก่อน”  มือแกร่งเลื่อนแก้วกาแฟที่ชำรุดคืนกลับให้  พร้อมกับส่งหูแก้วให้พร้อมกัน  ไม่คิดว่ากรณีหูหลุดนี่มาจากตัวเอง 

เพชรามองหน้าเจ้านายด้วยสายตาว่างเปล่า   คนตรงหน้าทำข้าวของพังติดๆกันมาหลายครั้งจนยากจะเชื่อว่ามันชำรุดมาจากที่ร้านแล้ว   “ถ้าเป็นละคร  นี่หมายถึงลางไม่ดีเลยนะคะหัวหน้า”  แก้วแตก ของหักแบบไม่รู้ตัวแบบนี้

คิ้วคมเลิกขึ้น  คำว่าลางร้ายทำให้ฉุกคิดถึงความหมายของหูแก้วหลุด   “อาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นสินะ”  มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ  วันนี้มีบางอย่างแปลกไป ในเมื่อทุกครั้งหลังจากสอบเสร็จไปแล้ววิชาหนึ่ง  เด็กหนุ่มมัธยมต้นจะต้องส่งข้อความมาบอก

ตามเวลาบนนาฬิกาบ่งบอกว่าสอบวิชาแรกน่าจะเสร็จสิ้นไปแล้ว... วันนี้สอบคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์  วิชาสำคัญเสียด้วย  บางทีอลิน แย้มเก้ออาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นที่สนามรบอันเรียกว่าการสอบก็เป็นได้  ข้อสอบอาจจะยาก หรือไม่ก็เครียดมากจนเกินไป

เงียบหายไปแบบนี้คิดในแง่ดี..ก็อาจจะสอบเสร็จตอนหมดเวลาพอดี
จึงไม่มีเวลาส่งข้อความมาหาก่อนเริ่มวิชาใหม่...

หญิงสาวผมตัดสั้นเมียงมองใบหน้านิ่งไม่เปลี่ยนอารมณ์เหมือนดั่งรูปปั้นหินของหัวหน้า  แม้มีเงาทะมึนคล้ายกังวลแผ่ออกมา กระนั้นหน้าก็ยังนิ่งเหมือนเดิม   “ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีก ฉันแนะนำให้หัวหน้าไปทำบุญค่ะ”   คำพูดนั้นขับให้ดวงตาคมเหลือบมอง

“อาจจะมีเจ้ากรรมนายเวร หรือว่ากรรมเก่าของหัวหน้าที่ทำให้เกิดเรื่องตลอดๆ...”   แต่การที่ทำของพังคงไม่ใช่เพราะกรรมเก่าหรอก มันเป็นกรรมใหม่ที่หัวหน้าก่อให้เธอเดือดร้อน...

“บอกให้คุณพิสิษฐ์ทำบุญบริษัทซักทีมั้ยคะ.....”   หญิงสาวเริ่มไม่สบายใจ  ตั้งแต่ประธานบริษัทออกไปเฝ้าแมวที่คลอดลูก ทุกอย่างในบริษัทก็แปลกประหลาดไปเสียหมดเหมือนโดนเล่นของ 

“ไร้สาระน่ะ เรื่องแบบนั้น”   รีวัลย์ปฏิเสธในทันที  เรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เหนือธรรมชาติ  มันเกิดจากใจที่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวตะหาก..

แม้จะรู้ตัวว่าเป็นเพราะอะไร ร่างกายกลับไม่ค่อยทำตามสักเท่าใด  เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆร่างกายของมนุษย์  น่าศึกษาเรืองนี้ยิ่งนัก... หรือตนควรจะขอไปเรียนต่อดี ไปเรียนจิตวิทยาเรื่องความรัก?    ฉับพลันเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เจอเลขาสาวจ้องหน้ารออยู่แล้ว

“คงไม่ได้คิดอยากจะหนีงานหรืออะไรแบบนั้นนะคะหัวหน้า...”  เธอผู้ชงกาแฟได้เค็มเหมือนกับน้ำทะเลที่กว้างใหญ่อ่านใจได้ 

การมีเลขานุการที่รู้ใจมากเกินไป บางครั้งก็น่าอึดอัด  ชายหนุ่มหันไปหางานในคอมพิวเตอร์ทันที   “ฉันยังไม่ได้คิดอะไร  ไปชงกาแฟมาใหม่ด้วย  กาแฟแก้วนี้เธอคงใจลอยเกินไปหน่อย”  

วูบหนึ่งคล้ายกับมีเสียง [ชิ] หลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวตรงหน้า  ก็แค่เสียงแว่วผ่านไปเท่านั้นไม่มีอะไรหรอก  เพชราหยิบแก้วและหูแก้วที่หลุดออกมาถือไว้ด้วยความขุ่นเคือง ก่อนที่จะหันหลังกลับไป  ใบหน้าเธอเริ่มบูดบึ้งในทันทีที่งบกลางของกองบัญชีเสียเปล่าไปอีกแล้ว....

....หากหัวหน้ายังทำของพังเรื่อยๆแบบนี้....
....พวกเธอต้องเก็บค่าส่วนกลางของกองมากขึ้นอีก...

โดยปกติแล้วกองบัญชีและแผนกอื่นๆ  มีข้อตกลงกันว่าของกินและอุปกรณ์รวมของฝ่าย จะใช้เงินที่เจียดจากเงินเดือนในแต่ละเดือนคนละ 200 – 500 บาทแล้วแต่ตำแหน่ง เพื่อนำไปใช้ซื้อของเหล่านั้น...   ตอนนี้หัวหน้ากำลังผลาญเงินก้อนนี้รู้มั้ยคะ!? 

ขณะที่เลขาสาวยืนบ่นมุบมิบในใจ  ร่างโปร่งนั้นนั่งไขว่ห้างดูข้อความในโทรศัพท์ซ้ำๆ...  อลิน แย้มเก้อยังคงไม่ส่งข้อความกลับมา  ทั้งๆที่เด็กหนุ่มน่าจะสอบเสร็จเพียงแค่ครึ่งวัน  และไม่น่าจะทำข้อสอบสองวิชานานมากขนาดนี้ด้วย...  หรือจะเกิดเรื่องเครียดจริงๆ...

“หมอนั่นคงไม่ได้.....”    คงไม่ได้กาข้อสอบผิดในตอนที่เวลาใกล้จะหมดลงหรอกนะ?    หากเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นในวิชาที่ควรจะมั่นใจที่สุดก็คงเสียความมั่นใจไปไม่ใช่น้อย ...

ในใจนึกห่วงแฟนเด็กมัธยมผู้ไม่รอบคอบมากขึ้นทีละน้อย   การสอบครั้งนี้เป็นกำแพงชี้ชะตาขั้นแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้ก่อนจะไปเจอปราการสุดท้ายคือการสอบของสายวิทย์...  กระนั้นแล้วเขาจะช่วยเด็กหนุ่มอย่างไรดี?   สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้มีเพียงการให้กำลังใจเท่านั้น..

และการใช้กำลังใจที่คิดได้ในตอนนี้ก็มีเพียง....   “เพชรา”  เสียงทุ้มเปล่งเรียกให้หญิงสาวหันกลับมาหา  เธอหันกลับมาทันทีหลังจากปั้นหน้ายิ้มเรียบร้อยแล้ว

“มีอะไรเหรอคะหัวหน้า  ข้อมูลผิดพลาดเหรอคะ?”   เธอรีบถามถึงงานเมื่อเห็นคนถามมีสีหน้าเคร่งเครียด   ตามองอะไรกันแน่ระหว่างจองานกับจอโทรศัพท์...

“เธอถ่ายรูปให้ฉันหน่อย” มือที่ยื่นโทรศัพท์ PinePhone 5S สีดำ  ถ้อยคำที่เปล่งออกจากเรียวปากคมนั้น  ขับให้มือไม้ของคนฟังอ่อนด้วยความตกใจ....

เพล้ง!!!

เพียงสิ้นประโยคของแปลกนั้น แก้วกาแฟที่เสียหูไปแล้วอย่างน่าเวทนาก็ร่วงลงพื้นแตกกระจายเป็นชิ้นๆ...  กาแฟรสทะเลแปซิฟิคไหลราดพื้นเป็นด่างดวง...   แก้วกาแฟราคา 4 ใบ 200 ได้ลาจากโลกใบนี้ไปแล้วอย่างสงบ....  เจ้าช่างโชคร้ายที่ถูกคนกองบัญชีซื้อมา

“หัวหน้าจะถ่ายรูปเหรอคะ!???”  เพชราถามกลับอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง  หรือเพราะรสชาติเค็มอย่างตั้งใจของกาแฟจะทำให้หัวหน้าหนุ่มเพี้ยนไปแล้ว

ชายหนุ่มผงกศีรษะตอบ ย้ำให้รู้ว่านี่คือพูดจริงและทำจริง   “ใช่  ฉันจะทำอะไรให้อลินซักอย่าง”   ประโยคนั้นยิ่งทำให้เธออยากพยากรณ์อากาศ....

คนมีความรักมักจะเปลี่ยนไปในหลายๆด้าน.....
หรือประเทศจะมีหิมะตกลงมาในเร็วๆนี้......

ในเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมถ่ายด้วยกล้องหน้า   เลขานุการผู้ต้องทำหน้าที่ดูแลและรับใช้ประหนึ่งเป็นมือขวาจึงต้องเดินไปรับโทรศัพท์มือถือเอาไว้ด้วยมือเรียวที่สั่นไหว  ทุกคนคะ... หัวหน้าจะถ่ายรูปค่ะ...  ทุกคนต้องแอบถ่ายรูปนี้เอาไว้เพื่อเก็บเป็นอนุสรณ์ของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน!!

ผู้ชายที่ไม่คิดจะถ่ายรูปเดี่ยวนอกจากติดบัตรจะถ่ายรูป!!!

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอันเกิดขึ้นจากความรักต่างวัยบังเกิดขึ้นที่บริษัทย่านสีลม   ขณะที่ปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นกระทันหันในสนามรบสอบปลายภาค กำลังทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งในโรงเรียนย่าน BTS ราชดำริกลายเป็นศพเดินได้... 

สมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลไทยทันวิทยาลัยทยอยเดินออกจากอาคารเรียนหลังจากสอบเสร็จ  แต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกันไป  อานัติยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  ไร่นาและเบญจรูญแลดูมั่นใจในคำตอบที่ทำไปเมื่อเช้านี้  โขนแม้จะซีดน้อยๆแต่ก็พยายามทำตัวปกติ   จันกำลังลองคำนวนคะแนนสอบด้วยตัวเอง ส่วนตัวเอกของเรื่องนั้น.....

ดวงตากลมโตสีฟ้าของนักเรียนหนุ่มผู้เป็นอันดับหนึ่งเหลือบไปมองหน้า  “อลิน  ทำไมเครียดจังตั้งแต่สอบคณิตศาสตร์เสร็จแล้ว”  

ซอมบี้อลิน แย้มเก้อเงยหน้าที่ซูบซีดเป็นศพมองเพื่อนสนิท  เหล่าสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลผวาไปตามๆกัน   “เฮ้ย...ไหวมั้ยอลิน....”   ไร่นาบีบไหล่ปลอบใจ  

“ไหว.... แต่ไม่มั่นใจ... ความมั่นใจหายไปหมดแล้ว..........”  มันปลิวหายไปตั้งแต่กาข้อสอบผิด  มาตายเอาตอนจบอย่างไม่น่าให้อภัย....

“มันคงไม่แย่เท่าฉันที่เดาไปหลายข้อหรอกน่าอลิน!”   ร่างผอมบางผมเกรียนให้กำลังใจซ้ำ เล่นจ้ำจี้กับข้อสอบทั้งสองวิชาไปหลายรอบ  หากข้อสอบเป็นผู้หญิงคงโดนจ้ำจี้จนท้องไปแล้ว(?)  

เบญจรูญผู้เป็นกำแพงประกอบฉากตบไหล่อีกข้างเบาๆ  ให้กำลังใจผ่านสายตาโดยไม่มีคำพูดใดๆ   เพราะว่าพูดไม่ทันเขา...  “อะไรวะ พูดเตรียมตัวมาซะดี  มาตายเอาง่ายๆแบบนี้  สงสัยฉันจะสอบชนะอีก”   จัน สะกิดใจผู้เอาความเป็นคู่แข่งมาก่อนคนที่แอบชอบเผลอซ้ำเติม...

เพียงเท่านั้นซอมบี้ก็กลายร่างกลับเป็นวูบหนึ่ง   “ไม่แพ้หรอกเว้ย!  แค่....  รีบๆทำตอนท้าย.........ไม่รู้ใช่รึเปล่า...”   กลายร่างกลายเป็นซอมบี้อีกรอบหนึ่ง....

เพื่อนฝูงพากันมองหน้ากันและกัน  คนที่แสนมั่นใจกับเรื่องที่ตัวเองมั่นใจเกินเหตุ  พอถึงคราวทำพลาดถึงกับเสียศูนย์...  ยิ่งมาผิดพลาดเข้ากับเรื่องง่ายๆอย่างกาข้อสอบผิดข้อแล้วต้องแก้ตอนเวลาจะหมด...  เป็นใครก็ต้องขวัญเสียกันล่ะนะ 

“ก็แค่กาใหม่ไม่ใช่เหรออลิน?  หรือนายคิดโจทย์ใหม่ด้วย?”  อานัติถามย้ำ  อลินผงกศีรษะตอบ  ทุกคนเข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้ในทันที....

....ถ้าอันที่คิดไปรอบแรกถูก ดันไปแก้ให้ผิด...ก็ซวยไป....

คณิตศาสตร์มันไม่มีอะไรแน่นอน  และเมื่อเสียขวัญจากวิชาแรก  วิชาที่สองที่ตั้งใจกว่าเดิมก็อาจจะมีความไม่มั่นใจซ่อนอยู่ด้วยก็ได้ นี่แหละคือผลลัพธ์ของสนามรบที่เรียกว่าการสอบปลายภาค  ต้องคอยดูผลลัพธ์ที่แท้จริงกว่านั้น ว่าเกรดอะไรจะปรากฏอยู่ในใบเกรด....

“เลิกคิดเรื่องสอบปลายภาคเหอะ  รอบหน้ามีสอบสายวิทย์อีก แก้ตัวตอนนั้น!”   โขนหยิบประกาศวันและเวลาสอบ...  จริงๆพวกตนไม่ต้องสอบก็ได้ แต่สอบเพื่อเพื่อน...

ร่างสูงผมน้ำตาลอ่อนแกมเข้มมองหน้าคนที่ตัวเองแอบชอบ  ตอนนี้คงเรียกว่าแอบชอบไม่ได้ ต้องเรียกว่าชอบเต็มๆปาก   “ไปกินข้าวกันเหอะ  ลืมเรื่องสอบไปก่อน   ว่ากันใหม่ตอนสอบสายวิทย์อีก 3 วัน”   รู้ดีหรอกว่าอีกฝ่ายเครียดมากเพราะอะไร...

อลิน ผู้มีเดิมพันกับครอบครัวผงกศีรษะตอบอย่างไม่สบายใจนัก  มันรู้สึกผิดที่ตัวเองมาตกม้าตายเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทั้งๆที่รับปากแฟนหนุ่มเอาไว้แล้วแท้ๆ  อุตส่าห์เตรียมตัวมากอย่างดี!!  เวลานี้มันอยากแหกปากไม่ก็ต่อยหน้าคนเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น!! 

เหยื่อแบบไม่รู้ตัวอย่างจัน สะกิดใจเผลอหันไปสบสายตาสีเขียวสนามหญ้าเข้าพอดี  “เฮ้ยๆ.... คงไม่ได้จะหาเรื่องอะไรนะเว้ยเฮ้ย...”  รีบยกมือบอกห้ามไว้ก่อนอีกฝ่ายจะเริ่มเกรียนแตก...

“ฉันยังไม่ได้ทันจะพูดอะไรเลย  ทำไมนายขัดคอวะจัน!”  เจ้าของผมน้ำตาลเข้มโวยวาย  ทำประหนึ่งเพื่อนเป็นกระสอบทราย....

“มองหน้าก็รู้แล้วว่าต้องมีอะไรไม่ดีแน่ๆ!    ไปกินข้าวแล้วไปเล่นเกมส์ระบายอารมณ์ต่อแล้วกัน อย่ามาลงกับฉัน!”  พระร๊องรองผู้รู้ชะตากรรมของตัวเองรีบบอกก่อนจะซวย...

ไร่นา เบญจรูญ อานัติ และโขนมองหน้ากันอย่างเงียบๆ   สองหนุ่มทะเลาะกันเป็นภาพที่เคยชินไปแล้ว  ดูเหมือนเจ้าตัวจะลืมไปแล้วว่าอลิน แย้มเก้อมุ่งมั่นจริงจังกับการสอบครั้งนี้เอามากเพราะเรื่องอะไร...  สอบเพื่อให้ได้คบกับแฟนอายุมากกว่าเหมือนเดิม...

“เพราะจันเป็นคนแบบนี้ล่ะนะ...”  ทุกคนพร้อมใจกับพยักหน้าเห็นด้วยกับอานัติ   เหมือนเป็นเพื่อนสนิทไว้คอยระบายอารมณ์  

ไม่อยากจะนึกภาพว่าเข้าม.ปลายแล้วแยกห้องเรียนกันไป
ไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหม่จะเป็นอย่างไร

จากโรงเรียนไทยทันวิทยาลัยในย่านราชดำริ  มุ่งหน้าไปสู่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ   สถานีซึ่งมีเส้นทางเชื่อมต่อไปหาห้างสรรพสินค้า MBK Center หรือมาบุญครองได้ใกล้ที่สุด   ขึ้นบันไดเลื่อนไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงชั้น 7  เห็นป้ายร้านข้าวเที่ยงกลิ่นพริกไทย  เสียงเนื้อและน้ำมันปะทุในเตากระทะร้อนดังก้องอยู่ในร้าน  

กลิ่นอาหารไม่ได้ไหม้แต่กำลังย่างคลุ้งไปทั่วโต๊ะ   คณะตลก เอ๊ย...กลุ่มชมรมบาสเก็ตบอลทั้ง  6 คน นั่งล้อมวงจัดการปลุกอาหารที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง  คอยกวนวนระวังไม่ให้เนื้อ ข้าว และผักไหม้ติดกระทะร้อนไป  อาหารที่เหมาะที่สุดหลังจากการใช้สมองก็คือเนื้อนี่ล่ะ!

“อลิน ระวังข้าวไหม้ ใจลอยไปไหน”   ไร่นาเริ่มทำตัวเหมือนพ่อบ้านคอยดูแลเพื่อนข้างๆ   เด็กหนุ่มโดนนั่งขนาบข้างด้วยภูเขาสูงทั้งสองลูก..

ขณะที่ฝั่งตรงข้ามเป็นหลุมดำดูด  มีหนุ่ม 175 เซนติเมตรช่วยถ่วงดุลส่วนสูงของอีกฝั่งได้บ้าง...  “ขอบใจไร่นา”  มีไร่นาและเบญจรูญอยู่ รับรองว่าไม่มีอด....  ไปกินหมูกระทะก็มีคนย่างแบ่งให้...  

จันนั่งมองภูเขาสูงใหญ่ทั้งสองลูก   จริงๆที่ใดที่หนึ่งตรงนั้น ตนควรจะเป็นคนนั่ง  ใยจึงโดนแยกมานั่งกับกลุ่มพลังเคะ(?)ทางนี้ ทั้งๆที่อลินนั่นล่ะควรจะมานั่งฝั่งนี้...  แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน ในกลุ่มนี้อาจจะมีแค่ตนกับไร่นาที่เป็นเมะก็เป็นได้....

“แฟนนายไม่ติดต่อมาบ้างเลยเหรออลิน  เห็นนายก็ไม่ค่อยเล่นโทรศัพท์”   เด็กหนุ่มถามออกไปตรงๆ เผื่อจะได้ยินว่าสัมพันธ์ร้าวฉานกันไปแล้ว    

อลินเงยหน้าจากจานข้าวมอง   “ส่งไลน์มาตลอดนั่นล่ะ  แต่ฉันอ่านหนังสือหนังเลยตอบเป็นบางเวลา ..... จะว่าไปวันนี้ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าสอบเสร็จแล้ว”   เพิ่งจะนึกได้ว่าลืมทำเรื่องสำคัญบางอย่าง  

“ฉันก็ลืมบอกพี่คีตะเลยว่าสอบเสร็จแล้ว ส่งบ้าง!”  โขนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความโปรแกรมสนทนาให้กับแฟนวัยกลางคนบ้าง...  ทุกคนมองเป็นทางเดียวกันทันที...   

.....คนไม่โสดเพียงสองคนที่ต่างกันสุดขั้ว....

ร่างผอมผมเกรียนพิมพ์ข้อความหาครูพละด้วยหน้าตาระรื่น ไม่ได้สนใจเลยว่าหน้าตาเพื่อนๆกำลังสยองขวัญเพียงใด... แค่จินตนาการว่าครูสอนพละหน้าตาโหดเยี่ยงครูสอนทหารคนนั้นเล่นไลน์ มันก็น่ากลัวแล้ว...  แต่ที่น่ากลัวกว่าคือ.... 

“ส่งสติกเกอร์ตอบมาแล้ว”   แต่ละคนชะโงกหน้าดูสติกเกอร์ที่ส่งกลับมา..  อาการอาหารจะไม่ย่อยเริ่มจะบังเกิดในทันที..   ครูพละวัยกลางคนส่งสติกเกอร์ลายน่ารักสุดๆ  เพราะว่ามันคือคิตตี้!!!   

“อย่าบอกนะว่าแฟนนายก็ทำตัวแบบนี้ด้วย....”  ไร่นาชี้ไปทางโขน  เบญจรูญเหงื่อตก  อลินทั้งส่ายหน้าทั้งปัดมือไปมา  ถ้าทำแบบนั้นคงไม่ได้คบกันจนถึงวันนี้หรอก....

จันนั่งมองพวกเพื่อนๆพูดเรื่องแฟนของเด็กหนุ่มอย่างหงุดหงิดในใจ  พูดกันเสียเป็นธรรมชาติเหมือนเรื่องธรรมดา มันน่าหงุดหงิดและน้อยใจนัก... เขานั่งเป็นตอไม้หรือไงจึงไม่มีคนเห็นหัวเลย....    “เป็นพระรองมันลำบากจริง....”  บ่นเบาๆให้ตัวได้ยินอยู่คนเดียว เสียงเนื้อในกระทะร้อนมันกลบไปหมด  

แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวเป็นบทพระร๊องรอง คำพูดนั้นจึงไม่มีคนสนใจ  อลินนั่งพิมพ์ข้อความส่งไปให้แฟนหนุ่มซึ่งอยู่ห่างไกลถึงสีลม   บอกกล่าวว่าสอบเสร็จแล้ว... กระนั้นก็ไม่กล้าบอกอยู่ดีว่าเผื่อกาข้อสอบผิดข้อจึงต้องแก้ใหม่ทั้งหมด เสียเวลาและทำให้เสียความมั่นใจมากขนาดไหน....

[รีวัลย์  Salaryman160]
12.45 :  [แน่ใจนะ ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนาย  ฉันรู้สึกได้ว่ามี]

ตอบกลับมาเร็วชนิดยังไม่ทันจะตักเนื้อในกระทะร้อนเข้าปากก็ส่งกลับมาแล้ว   “ฉันไปโทรศัพท์ก่อนนะ  เดี๋ยวกลับมา คอยดูข้าวให้ด้วย!”  อลินทิ้งภาระดูแลข้าวไม่ให้ไหม้คากระทะร้อนให้กับเพื่อนข้างกายสองคน   

“จะโทรหาแฟนรึไงวะ”  จันถามออกไปด้วยความหมั่นไส้ลึกๆในใจ  และไม่ทันไรก็ได้คำตอบจากการผงกศีรษะว่าใช่...หัวใจก็แหลกสลายในทันใด  จะถามทำไมเนี่ย!!

คล้อยหลังของเด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้การ์ตูนบาสเก็ตบอล  พ้องเพื่อนพากันปลอบวิญญาณซอมบี้ตัวที่สอง  “ยังไม่ชินอีกเหรอจัน  นายก็รู้ว่าอลินมีแฟนแล้ว น่าจะทำใจกับความเจ็บปวดที่หลงรักคนมีเจ้าของได้แล้วนา”    โขนปลอบใจอย่างกับซ้ำเติมให้ไหลตายลงไปใต้โต๊ะ

“อยากจะชินแต่ก็ไม่ชิน!  ขอโค้ก!”    เด็กหนุ่มหน้าตาดีเริ่มโวยวายหาตัวช่วย...  กระเพาะทะลุรับสอบเสร็จกันพอดีจะกินแต่โค้ก....

“เอาน่าจัน  อลินยังไม่ได้เจอแฟน  บางทีอาจจะจิตตกกลับมาอีกก็ได้  ตอนนั้นนายก็พูดกับอลินดีๆ แล้วไปเล่นเกมส์กันซะ”  อานัติช่วยวางแผนให้  คำพูดของมันสมองของกลุ่มช่างน่าเชื่อถือเหลือเกิน.....

“ปลอบให้สบายใจจากเรื่องนี้.... ฉันรู้สึกเป็นคนดีโคตรเลย...”  โคตรใจกว้างเลย  ใจกว้างเหมือนมหาสมุทธ   ทะเลน้ำตาตัวเองชัดๆ.....  

....ใจก็อยากจะให้เกรดไม่ถึง 3.8  อันดับจะถึงก็ได้ไม่ถึงก็ได้...
.....แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนเสียใจ....

อลินเดินออกมาหน้าร้านข้าวเที่ยงกลิ่นพริกไทย  ดวงตาสีเขียวมองโทรศัพท์ในมืออย่างลังเลว่าจะโทรดีหรือจะส่งไลน์เหมือนเดิมดี  สุดท้ายก็เป็นฝ่ายโทรไปหาอีกฝั่งหนึ่งก่อน... นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่โทรหากันแบบนี้น่ะ..   สมกับเป็นคู่รักโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก  

[นายอยู่ที่ไหน?]  กดรับสายปุ๊ปก็ถามทันทีไม่มีการบอกกล่าวนำหน้า..  คนโทรไปเป็นฝ่ายประหม่าเสียแทนที่ได้ยินเสียงผ่านโทรศัพท์...

“อยู่ที่มาบุญครองครับ มากินข้าวกับพวกเพื่อนๆ  สอบเสร็จมาฉลองกันน่ะครับ....”   ฉลองให้กับความบ้าของเขาเองที่กาข้อสอบผิดข้อ!

ปลายเสียงเงียบไปครู่หนึ่ง  ได้ยินเสียงคีย์บอร์ดแว่วผ่านสายมา   [ตอนนายพิมพ์คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร  แต่เสียงนายไม่ค่อยดี  มีอะไรเกิดขึ้น?]  ชายหนุ่มถามกลับ  

เด็กหนุ่มมัธยมต้นนิ่งไป  “....มีเรื่องจะสารภาพครับ...”  ฉากเหตุการณ์ในวันที่ติวหนังสือด้วยกันมันย้อนความมาเป็นฉากๆ....  สิ่งที่ชายหนุ่มเตือนแล้วเตือนอีก

แต่ไม่ทันจะได้พูด ก็โดนพูดแทรกเสียก่อน  [นายกาข้อสอบผิดข้อ หรือว่าทำไม่ทันกันล่ะ?]   รู้ดีประหนึ่งมีตาที่สามลอยอยู่ข้างหลังอย่างนั้น

อลินถึงกับสะอึกไป   “กาข้อสอบผิดข้อครับ...ก็เลยต้องแก้ใหม่ตอนเหลือเวลาสอบนิดเดียว... รนรานเลยล่ะครับ...ก็เลยวิตกนิดๆ....”   ผิดขึ้นมาคะแนนก็คงดูไม่จืด

ชายหนุ่มคู่สนทนานิ่งเงียบไป  ได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจและแก้วกาแฟที่วางลงกับโต๊ะ..  คงจะใช่เสียงแบบนั้นนะ    [อย่าคิดมาก  ถ้านายมั่นใจว่านายทำโจทย์ถูกแล้ว]   

“มันเผลอคิดมากเพราะตัวเองทำพลาดเรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะสิครับ... พี่รีวัลย์เตือนแล้วแท้ๆ....”  ถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ดี...  สุดท้ายก็อาจจะไม่ได้เกรด 3.8 ขึ้นไปก็ได้.. 

วิชาที่ควรจะได้เกรด 4 มาเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพื่อมาคานกับวิชาที่อ่อน
ดันมาตายเอาตอนจบที่กาข้อสอบผิดเนี่ยนะ....

น้ำเสียงของอลินบ่งบอกว่าวิตกและจิตตกสุดๆ   ชายหนุ่มซึ่งอยู่ไกลไม่อาจช่วยอะไรได้มากไปกว่าการสนทนาด้วยผ่านโทรศัพท์   เด็กหนุ่มคิดมากเกินไปจนเผลอลืมตัวทำพลาด  ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีตั้งแต่แรก มันไม่ใช่เรื่องผิด  คนเราต้องเคยมีประสบการณ์แบบนี้สักครั้งในชีวิตการสอบ

[ถ้านายอยู่ใกล้ๆ ฉันคงจะลูบหัวปลอบใจนายได้  แต่นี่ไกลเกินไป]    คำพูดและน้ำเสียงซึ่งมีความห่วงในผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์ช่างอบอุ่น

ขับให้ริมฝีปากเผลอแย้มยิ้มออกมาจางๆ...   “แค่พี่รีวัลย์บอกว่าจะลูบหัวปลอบผม  ผมก็ดีใจแล้วครับ... รู้สึกดีขึ้น...”  ไม่ได้เจอกัน 30 วันแล้วสินะ....

[เอาโทรศัพท์ถูหัวนายไปก่อนก็คงแก้ขัดได้หรอกนะ]  ชายหนุ่มพูดจาติดตลก   นักเรียนมัธยมต้นผู้คุ้นเคยกับมุขแป็กแอบขำเบาๆ....

“ผมจะทำจริงนะครับ”  ตอบกลับไปแบบขำๆ  แต่การกระทำเริ่มจะไม่ขำด้วยการยกโทรศัพท์ขึ้นไปแนบศีรษะจริงๆ... เป็นภาพที่พวกเพื่อนๆในร้านมองด้วยความสงสัย....

บางทีคำพูดนั้นคนฟังก็คงนึกขำไม่แพ้กัน    [นายไม่จำเป็นต้องเครียดกับสิ่งที่นายได้ทำเต็มที่ไปแล้ว  รอดูผลลัพธ์เถอะ   แล้วยอมรับมัน]   เสียงที่ผ่านโทรศัพท์นั้นจู่ๆก็เงียบหายไป....  

ปิ๊งป๊อง....

เสียงเตือนในโทรศัพท์ดังขึ้นแทนที่จะเป็นเสียงสนทนาต่อ...  อลินยกโทรศัพท์กลับมาอ่านข้อความที่แสดงขึ้นมา  พนักงานหนุ่มกดวางสายไปแล้ว  แต่พิมพ์ข้อความในไลน์ส่งมาแทน   ในนั้นมีข้อความและรูปถ่ายส่งมาพร้อมกัน  มือรีบจิ้มกดดูรูปถ่ายนั่น....

“เห..............”   ดวงตาสีเขียวทอประกายสดใส   ในดวงตาสะท้อนภาพที่อยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง สิ่งที่มีความหมายมาก....

รูปถ่ายของหัวหน้ากองบัญชีภายในห้องทำงาน  ร่างโปร่งนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง  ด้านหน้ามีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และในมือข้างหนึ่งถือกระดาษ A4 สีขาวบริสุทธิ์ เขียนข้อความที่อ่านแล้วเผลอยิ้มกว้างออกมาแม้จิตใจจะยังไม่สงบพอ... ตอนนี้ทุกอย่างคงลบเลือนหายไปแล้ว เจ้าสิ่งที่เรียกว่าความเครียดจากการสอบปลายภาค...

“อีก 1 สัปดาห์ นายกับฉันต้องได้เจอหน้ากันอีก”

ข้อความจากรีวัลย์ถึงอลิน  ข้อความอันบ่งบอกถึงความมั่นใจและเชื่อมั่นใจตัวเขา... เหมือนดั่งคำพูดที่หัวหน้าทหารคนหนึ่งในการ์ตูนเรื่อง Attack on Titan พูดเอาไว้  ว่าคนเราไม่อาจรู้ผลลัพธ์ได้หรอก ดังนั้นอย่างน้อยก็ให้ทำในสิ่งที่ตัวเองจะไม่เสียใจภายหลัง....

ซึ่งนั่นก็คือทุ่มเทสุดตัวในการสอบ และแก้ไขโจทย์ที่ตัวเองคิดว่าคิดผิดเพื่อให้ถูกต้องนั่นล่ะ  “ขอบคุณมากนะครับ พี่รีวัลย์”   จะเอารูปถ่ายนี้ขึ้นมาใช้เป็นหน้าจออย่างแน่นอน....

มือรีบพิมพ์ข้อความขอบคุณส่งกลับไป  รวมถึงส่งสติกเกอร์กลับไปด้วย  ไม่นานนักก็มีข้อที่น่าตะลึงส่งกลับมาในเวลาไม่นาน....

[รีวัลย์  Salaryman160]
13.01 :  [ฉันไม่ชินกับการคุยโทรศัพท์กับนายนานๆ  มันแปลกจริงๆ]
13.01 [สติกเกอร์กินจุด 3 จุด 1 ตัว]

อลินทั้งตกใจทั้งขำในเวลาเดียวกัน  เพิ่งจะพูดอยู่ว่าชายหนุ่มไม่มีทางคุยไลน์ด้วยการใช้สติกเกอร์  แต่ยามนี้กลับส่งมาให้ราวกับว่าหัดลองใช้ดู  แค่ได้เห็นหัวหน้ากองบัญชีทำอะไรแปลกๆไปจากที่ตัวเองเป็นอยู่...  เขาก็มีความมั่นใจขึ้นมาแล้วว่าเกรดจะต้องดี....

“อีกหนึ่งสัปดาห์.... จะต้องได้เจอกันแน่ๆครับ....”  มือยกโทรศัพท์ขึ้นแนบที่ริมฝีปากของตัวเอง...  ไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบตัว  สนใจเพียงโทรศัพท์ในมือของตัวเองเท่านั้น แม้จะมีผู้คนเดินผ่านไปมาหรือมีมิตรสหายรออยู่ในร้านอาหารก็ตามที....

....ความพยายามจะต้องได้รับผลที่ดีตอบกลับมา....

เฉกเช่นเดียวกับภายในห้องทำงานของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยหายในบ้าน  ดวงตาคมนั่งมองโทรศัพท์มือถือของตัวเอง  เรียวปากคมคลี่ยิ้มจางๆเมื่อมองเห็นข้อความขอบคุณและสติกเกอร์ยิ้มสดใสที่ส่งกลับมาด้วย...  อยากจะเจอจริงๆ  แต่ก็ยังเจอไม่ได้...

“ฉันรู้ดี ว่านายพยายามอย่างดีแล้ว”   เพราะฉะนั้นในวันที่ผลสอบประกาศออกมา ทั้งเรื่องเกรดทั้งเรื่องลำดับ.. สวรรค์ไม่มีทางใจร้ายจนเกินไปหรอก

มือแกร่งยกโทรศัพท์ขึ้นแนบริมฝีปากแผ่วเบา  สื่อผ่านไปถึงใครคนนั้นที่อยู่ห่างไกลถึงมาบุญครอง  โดยไม่สนใจลูกน้องที่อยู่ภายนอก   “แล้วเจอกันอลิน”   ในวันนั้น คำพูดแรกที่จะพูดกับนาย..คงเป็นคำยินดี...

.......อุปสรรคมีไว้พุ่งชนและฝ่าฟันเพื่อให้ได้สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดมา....

สิ่งนั้นก็คือความรักครั้งนี้ที่ก่อกำเนิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายและเร่งรีบของสังคมในเมืองใหญ่...    เมื่อวันที่ประกาศผลสอบมาถึง  ข่าวที่ได้ยินจะต้องเป็นข่าวดี...  และหลังจากวันนั้นไปคงจะสามารถเดินเคียงข้างไปด้วยกัน  และให้กำลังใจ เป็นแรงบันดาลใจให้กันได้อย่างเดิม.....

ความคิดที่ส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์และ 3G
เชื่อมโยงหัวใจของคนสองคนเอาไว้ด้วยกันได้

อลินกลับเข้าไปในร้านอาหารด้วยสีหน้าชื่นมื่น   ส่งมือจัดการอาหารที่ได้ไร่นาและเบญจรูญคอยดูแลไม่ให้ข้าวไหม้อย่างเอร็ดอร่อย  สีหน้าหมองๆก่อนหน้านี้ไม่มีเหลืออีกแล้ว...   ทุกคนมองหน้ากันและกันก็รู้ได้ในทันทีว่าไม่มีฉากในพระร๊องรองปลอบใจแล้วล่ะ

“เอาโค้กเพิ่มมั้ยจัน?”  ประโยคแรกของเบญจรูญในตอนนี้ที่ได้ออกจากปาก  ทำร้ายจิตใจคนที่กินโค้กไปแล้ว 3 แก้วเหลือเกิน......  

“เอาอีก...........”  อุตส่าห์คิดบทพูดไว้ตั้งมากมาย   ใยโดนตัดทิ้งเหมือนซิทคอม  เห็นเขาเป็นอะไรกันน่ะสวรรค์เบื้องบน!?

แล้วบทของพระร๊องรองก็ถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วคล้ายกับว่ามันไม่สำคัญพอจึงโดนตัดออก....  ร่างสูงโปร่ง 170 เซนติเมตรตัดมันบดเข้าปากอย่างมีความสุข..   การสอบในอีก 3 วันข้างหน้า และวันที่ประกาศผลถัดไปนั้น...  เขามีกำลังใจเต็มเปี่ยมปรอทอีกครั้งแล้ว...

ความรักระยะสิบเซน มีตัวเลข 10 อันเป็นมงคล...
ไม่มีทางตกต่ำกว่าอันดับที่ 10 หรอก ต้องมากกว่านั้นเยอะ

หากสวรรค์รับรู้ได้ถึงความพยายาม ในอนาคตอันใกล้ผลลัพธ์จะต้องออกมาดี.. แม้ไม่มีใครสามารถรู้อนาคตได้ เหมือนที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ก่อนว่าหวยงวดนี้จะออกอะไร...  อาจจะออกมาตรงกับเลขในมือ  หรือไกลคนละเส้นทางจราจรก็ได้....

การสอบมันเป็นเรื่องขอความรู้และดวงเฉพาะตัว

ในอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึงนั้น...วันสอบเข้าโรงเรียนมัธยมไทยทันวิทยาลัยในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ท้องฟ้านั้นแม้จะมีเมฆฝน  หากแต่ไม่นานก็มีดวงตะวันส่องแสงออกมาคล้ายกับมันยิ้มเจิดจ้า  ยามเช้าของวันนั้นเด็กหนุ่มและเด็กสาวในชุดนักเรียนที่ต่างกันเดินออกจากบ้านไปพร้อมกัน....

“ผมกับมะขามไปสนามสอบล่ะครับ”   พร้อมกับพ่อแม่ที่มองส่งจากหน้าบ้านด้วยรอยยิ้ม   วันนี้คือวันชี้ชะตาอย่างแท้จริง ก่อนที่ประตูสุดท้ายที่จะเปิดทางไปสู่อนาคตจะเปิดออก....

ความฝันและความรัก เคยมีคนบอกว่ายากจะคว้าไว้ได้ด้วยกันทั้งหมด
แต่ถ้ามันคือเรื่องเดียวกันแล้วล่ะก็....

ถ้าคว้าไว้ไม่ได้ ก็คงเสียทั้งสองอย่างไป....

อลิน แย้มเก้อมีความฝันที่อยากจะเป็นหมอ  ก้าวแรกของการจะเป็นหมอตามพ่อผู้จริงจังแต่ก็บ๊องเป็นบางครั้ง นั่นก็คือการเข้าเรียนสายวิทย์ให้ได้ เพื่อเป็นการเปิดทางไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 18 ปี   เรื่องความรักอาจไม่ใช่เรื่องของความฝัน.. แต่มันคือแรงส่งให้ไปถึงความฝันได้อย่างมุ่งมั่นตั้งใจมากกว่าเดิม....

....ในวันที่ผลประกาศออกมา..คงจะได้จับมือและยิ้มให้กันอย่างที่เคยเป็นมาก่อน....

สัญญาณโทรศัพท์แม้ทำให้ช่องว่างระหว่างกันหายไปได้   สัญญาณเครือข่าย 3G แม้ทำให้ระยะห่างที่มีระหว่างกันหายไปได้   เส้นสายการจราจรของรถไฟฟ้านั่นล่ะ  คือสิ่งที่ช่วยนำพาให้ได้สบตากันตรงๆได้อย่างแท้จริง..   บทสรุปของคู่รักระยะสิบเซนใกล้มาถึง....

การสอบครั้งสุดท้ายของการเป็นนักเรียนมัธยมต้น
คือการสอบเพื่อเข้าศึกษาในชั้นมัธยมปลาย

การเดิมพันครั้งสุดท้ายเพื่อเอาชนะอุปสรรคพ่อแม่
การพิสูจน์ความรักที่ถูกประนามให้ถูกต้อง ผลลัพธ์คือ......
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Free Talk :  ป่วยเล็กน้อย  แต่สัปดาห์ลาหยุดทั้งสัปดาห์ สปีดลงฟิคคงกลับมาเป็นปกติค่ะ แฮ่....  ช่วงนี้อยู่ในช่วงรักษาตัวนิดๆ  
 
ตอนหน้าจะประกาศผลสอบจริงๆแล้วค่ะ  แล้วก็ตอนที่ 40 คงจะเป็นตอนจบจริงๆ  ถ้าไม่แยกเป็นตอน Final  
 
ค้างฟรีทอร์กไว้ก่อนแล้วกัน ก๊ากกกก 

Comment

Comment:

Tweet

น....น่ารัก
กำลังใจดีเยี่ยมเลยนะเนี่ย
มุมแปลกๆของพี่รีวัลย์ ฮา
แต่สงสารจันจังค่ะ
ปล. รักษาสุขภาพนะคะ ^^

#6 By yiring on 2013-09-09 04:45

อร๊ายยยย
เขินมากๆ
[size= 14px]หัวหน้าทำเรื่องฟินเวอร์
5555555555 [/size]

#5 By un-fiore on 2013-09-08 14:32

กร๊ากกก
สงสารน้องแก้วค่ะะ น้องแก้วแต่เพล้งคาพื้นเลยยย
อยากเห็นหน้าขุ่นพี่ตอนถ่ายรูปจริงๆ คงจะทำหน้านิ่งๆเหมือนเดิมสินะคะ
พาร์ทนี้หนูเบญโหดร้ายกับจันมาก กร๊ากกกกก
คำพูดของหนู ช่างร้ายจันมากจริงๆ กร๊ากกกก //ขรรม
เห็นโขนกับพี่คีตะสวีทกันแล้วมันแบบว่า =[]= โอวว
คีตะกับคิตตี้ คืออะร๊ายยยยยย  โมเอ้คาวาอี้มากมายค่ะ
สู้ๆนะก๊ะน้องอลินนนน เป็นกำลังใจให้!
[size= 14px]ขอให้ท่านพี่หายป่วยไวๆนะคะะ big smile confused smile big smile
ขอบคุณมากๆๆค่าาา [/size]

#4 By SmileLuzMocca [KwonHibari] on 2013-09-08 13:43

อ่านแล้วเขิน >///< คือน้องอลิน down มาก
แต่พอเจอคุณพี่ให้กำลังใจไปแบบลูบหัวแล้ว
น้องเอามือถือลูบหัวมันช่างงงงงง~~~
น่ารักไปแระ
อิจฉาน้องแบบไฟลุกท่วมตา กร๊ากๆๆๆๆๆ


เพื่อนพูดให้กำลังใจเท่าไหร่ก็ไม่หาย
พอแฟนพูดด้วย ให้กำลังใจล่ะ ยิ้มแป้นกลับมาเลย

ขอขำโมเม้นต์ *ร้านข้าวเที่ยงกลิ่นพริกไทย*
ไม่ว่าใครเข้าไปกินก็ข้าวไม่ไหม้นะ
ยกเว้น.................... -w-''

จันต้องกินโค้กอีกสักกี่โหลถึงจะหายปวดใจ
กร๊ากๆๆๆๆๆๆ


รูปเดี่ยวคุณพี่รีวัลย์ (อยากได้ ไปสโตรกได้ไหม >_<)
ทำตัวน่ารักไปแล้ววววว~~~~~ พอคบแฟนเด็ก
ทำอะไรง้องแง้งได้ด้วย 555+


จูบที่โทรศัพท์ของคนทั้งคู่แบบไม่สนใจรอบด้าน
เขินเบยยยย =////= สติกเกอร์รูปกินจุด
ของขุ่นพี่น่ารักไป
พี่รีวัลย์ level up! แล้ววว 555+


=========================

ปล. ปวดใจที่ 40 ตอนจะจบจริง ๆ T^T

#3 By Poofu_GiRl on 2013-09-08 07:39

ผลสอบ ผลสอบ ผลสอบ ผลสอบ ลุ้นๆๆ นายต้องสอบผ่านนะอลินรีวัลยือุตส่าหืยอมถ่ายรูป>< จะรอตอนต่อไปค่า สู้ๆค่ะ

#2 By Fern (125.26.28.204) on 2013-09-08 00:37

เพชรา!
แอบแกล้งแอบกัดหัวหน้าขนาดนี้
ถามจริงๆว่าเงินเดือนเธอยังเหลือให้หักอยู่มั๊ยยยยย
ขุ่นพี่น่ารักอ่ะ
มีแฟนเด็กเลยทำตัวเด็กลง
มีการถ่ายรูปให้กำลังใจด้วย
กำลังใจดียิ่งกว่านักกีฬาทีมชาติ
รับรองว่างานนี้น้องอลินสู้สุดชีวิตแน่นอนค่ะ

ชายจันโดนตอกย้ำว่าอลินกับแฟนยังรักกันดีอยู่แบบนี้
สนใจเบนเข็มไปจีบมะขามมั๊ย
ทั้งที่ทั้งนั้นก็ได้แต่หวังว่ามะขามจะไม่เอาหมัดเสยคางนายซะก่อนsad smile  
ปล หายป่วยไวๆนะคะ

#1 By Taraikari on 2013-09-08 00:28

[AyaFee]★[Byanism] View my profile

Created with flickr badge.